PUNLEE01

01....เรื่องเล่าของลุง

Written by

PUNLEE T.

                ในวันที่ฟ้าขมุกขมัวเหมือนวันนี้มองออกไปเห็นเหมือนกับว่า ทุกอย่างถูกเคลือบไว้ด้วยสีเทา ผมนึกขึ้นได้ว่าเห็นท้องฟ้าหม่นหม่นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อวาน วันที่เรื่องเล่าของลุงจบลง วันที่แสงไฟรถเมล์สาดลงบนเข่งข้าวสารของลุง วันที่เปลือกตาอันหนักอึ้งของลุงได้ปิดลงเสียที

                ในละแวกที่ผมซุกหัวนอนอยู่ใกล้กับท่อระบายน้ำเก่าเก่าแห่งนี้ มีเรื่องเล่ากันได้ไม่เว้นแต่ละวัน  จริงบ้างไม่จริงบ้างก็ว่ากันไปตามแต่ปากจะขยับตามสมองสั่ง หรือบางเรื่องอาจจะออกมาจากปากโดยไม่ผ่านสมองเลยก็เป็นได้ แต่ไม่มีเรื่องไหนเหมาะจะเป็นตำนานให้ได้จำไว้ เพื่อบอกต่อต่อกันไปได้เหมือนอย่างเรื่องของลุงเลย....ในความคิดของผม

                ผมฟังเรื่องเล่าของลุงบ่อยบ่อย เพราะแกมักจะมานั่งรับลมอยู่ริมคลองเก่า ใกล้ท่อระบายน้ำที่เป็นที่อยู่ของครอบครัวผมอยู่เสมอเสมอ จนบางที่ผมรู้สึกว่าคงจะดีถ้าได้เกิดมาเป็นลูกของลุง แทนที่จะมาอยู่ในครอบครัวที่ลูกเต้ายั้วเยี้ย แทบจะต้องต้องก่ายไปบนพี่พี่น้องน้องที่คลานตามกันมา

                ลุงมักจะเริ่มเรื่องของแกอย่างเรียบเรียบ และจบลงอย่างเงียบเงียบเหมือนกันทุกครั้ง เรื่องที่แกเล่าจะซ้ำซากอยู่อย่างนั้นจนรู้กันไปทั่ว นับวันจะหาคนอยากฟังเรื่องของแกได้น้อยเต็มที จะมีก็แต่ผมที่มักชะเง้อฟังแกเล่าอย่างตั้งใจทุกครั้ง ลุงขี้เมาที่ตาแดงก่ำทุกบ่ายจะฉายประกายตาอันอบอุ่น มืออันสั่นเทาที่ดูเหมือนจะหยิบจับอะไรก็ไม่น่าจะได้แล้วคู่นั้นจะนิ่งสนิท ขาที่เปลี้ย และปวดแปลบอยู่เสมอก็จะตั้งชันเข่าอย่างมั่นคง พอได้เป็นฐานให้สะโพกได้ขยับให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อรองรับลำตัวที่โค้งงอมาทางด้านหน้าอย่างทะมัดทะแมง เหมือนกับว่าทุกส่วนของร่างกายแสดงความเคารพแก้เจ้าของแก่แก่ ที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งอดีตที่เย็นยะเยือก

.

.

 

ปล....(ขอบคุณรูปเท้าลุงของ F_fat)

ปล....(เรื่องเล่านี้มีขึ้นในปี 2003....เท้าคู่นี้ย่างผ่านสิ่งใดมาบ้างในตอนที่ 2 เราคงได้ทราบพร้อมกัน....)

02....เทวดาตัวน้อย

Written by

PUNLEE T.

              ภาพของชุมชนพระประแดงที่ค่อนข้างสงบ รถราก็ไม่มากมายนัก อาชีพทำนายังเป็นอาชีพรุ่งเรืองที่ทำให้ครอบครัวลุงอยู่ได้อย่างมีความสุขมานานหลายปีกับเมียของแก จนวันที่แกมีไอ้หนูที่แกเรียกว่าเทวดาตัวน้อยมาอยู่ด้วย แต่แกไม่ได้เทวดาตัวน้อยมาเปล่าเปล่า เพราะวินาทีที่ไอ้หนูเกิดผืนดินได้เรียกแม่ของเด็กกลับไปหาแม่ธรณี สายลมที่พัดผ่านหลังคากระท่อมได้นำดวงวิญญาณบริสุทธิ์พัดพาไปทั่วท้องทุ่งข้าว ลุงแกเสียป้าไปตั้งแต่วินาทีนั้น เสียงร้องของไอ้หนูคือสิ่งเดียวในชีวิตที่ลุงเหลืออยู่

              ชีวิตการทำงานเพื่อเลี้ยงดูทารกน้อยด้วยลำพังชายวัยกลางคนแม้จะยากลำบาก ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายเท่านั้น ยังมีเรื่องจิปาถะที่แกไม่เคยรู้มาก่อนตั้งมากมาย ในการเลี้ยงดูเทวดาน้อยน้อยที่สวรรค์ประทานมาให้ แต่คนละแวกนั้นที่เป็นเพื่อนบ้านไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ต่างก็เต็มใจหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แกอยู่อย่างไม่ขาดสาย ป้าแม้นยายชื่นคอยช่วยกันมาดูแลในยามที่ไอ้หนูตัวร้อน หรือไม่ก็ร้องไห้โยเยโดยไม่รู้สาเหตุ บ้างก็มาช่วยไกวเปลในยามที่ลุงแกต้องไปดำนา

               กิจวัตรที่เหมือนจะหนักหนาดำเนินไปปีแล้วปีเล่า การตรากตรำทำงานอย่างต่อเนื่องมาหลายปี แม้จะเหนื่อย....แต่แกกลับรู้สึกอิ่มเอมมากขึ้น....มากขึ้นทุกวัน ไม่มีอะไรอีกแล้วจะเป็นคำตอบของความสุขใจของลุง นอกจากไอ้หนู....

“เทวดาตัวน้อยของแก”

              พออายุไอ้หนูได้หกขวบก็ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนเล็กเล็กละแวกนั้น ตามที่หลวงท่านกำหนดไว้ การได้เดินจูงมือไอ้หนูไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของลุง บางวันลุงจะเดินไปผิวปากไปแล้วแหงนมองบนทองฟ้า เหมือนกับจะบอกป้าว่า....

              “เห็นไหม! ไอ้หนูได้เรียนหนังสือแล้วนะ”

              “ชั้นเลี้ยงเทวดาน้อยของแกกับฉันมาจนโตแล้วนะ....เห็นไหมละ”

               วันที่ลุงตื่นเต้นที่สุดก็คือ....วันที่ลุงกำเงินเกือบพันที่ได้จากการขายข้าวเปลือกรวมกับเจียดที่ดินส่วนหนึ่งไปขาย เพื่อเป็นค่าเทิอมของโรงเรียนมัธยที่ไอ้หนูจะได้เรียนต่อ หลังจากจบประถมหกมาเมื่อปีกลาย ลุงยังเสียใจอยู่จนถึงทุกวันนี้ ที่ไม่สามารถหาเงินให้ไอ้หนูเรียนได้ตามเกณฑ์ เพราะนาล่มไปเมื่อสองปีก่อน ถึงขนาดต้องหยิบยืมกระทั่งข้าวสารจากเพื่อนบ้านอยู่หลายเดือน

               วันที่ลุงจูงมือไอ้หนูไปโรงเรียนได้อีกครั้ง เป็นสิ่งที่ลุงภูมิใจมาก เพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา....ทุกครั้งที่ลุงแหงนมองท้องฟ้าลุงจะเห็นก็แต่ป้า ที่มองลงมาอย่างเย็นชาเหมือนจะตำหนิว่า....แกดูแลสิ่งสำคัญที่สุดที่ป้าทิ้งไว้ให้อย่างไม่เอาใจใส่ แต่วันนี้ละ!

....ลุงจะได้รับรอยยิ้มจากท้องฟ้าอีกครั้ง

.

.

ปล....(ขอบคุณภาพรถบรรทุกของ F_fat)

ปล....(รอยยิ้มความสุขของลุง....ยังคงมีให้เราได้ติดตามกัน)